กลุ่มนักเรียน ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ปม ผอ. ฉกมือถือ

กลุ่มนักเรียน ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ปม ผอ. ฉกมือถือ

นายรณณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยตัวแทนนักเรียนจำนวน 6 คน , ผู้ปกครอง และ ด.ช.เอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนนำโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว่ไป มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ถึงน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. โดยมี น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นผู้รับเรื่องแทน เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

ตัวแทนนักเรียนชูป้ายระบุข้อความว่า “ขอความเป็นธรรมให้กับนักเรียนด้วย” “ขโมย” “พฤติกรรม ผอ. 1.ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน 2.ระเบียบที่เข้มงวดเกินไป 3.จัดตารางเรียนแน่นเกินไป ไม่มีคาบว่าง ไม่มีกิจกรรมนันทนาการ 4.นักเรียนมีความหวากระแวง 5.เบียดเบียนเวลาราชการไปให้อาหารสุนัขจรจัดทุกวัน”

นายรณณรงค์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่า หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รู้ว่านักเรียนจะมายื่นขอความเป็นธรรมที่ ศธ. ทำไม ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) บุรีรัมย์ ถึงเดินทางไปที่บ้านของนักเรียนชั้น ม.2 และขอให้แม่เด็กถอนแจ้งความด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก แล้วแบบนี้จะมั่นใจได้อย่างไรว่า ศธจ.บุรีรัมย์ จะให้ความเป็นธรรมนักเรียน และเด็กจะได้รับความปลอดภัย จึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.​ให้ความเป็นธรรมกับผู้ปกครอง และนักเรียน

โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้อำนวยการโรงเรียน นำโทรศัพท์มือถือของนักเรียนไป เอาไปด้วยอำนาจอะไร ซึ่งจากการตรวจสอบระเบียบของ ศธ. ไม่พบว่า ศธ.มีระเบียบให้ยึดหรืออายัดโทรศัพท์เด็กเลย

กลุ่มนักเรียน ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ปม ผอ. ฉกมือถือ

“อยากให้ ศธ.​ ดำเนินการย้าย หน่วยงานในพื้นที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ศธจ.บุรีรัมย์ สำนักงานเขตพื้นที่ฯ และผู้อำนวยการโรงเรียน เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมกับขอให้ส่วนกลาง เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่ต้องให้ใครมาที่บ้านผู้ปกครองเด็กอีก” นายรณณรงค์ กล่าว

ด.ช. เอ กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้อำนวยโรงเรียนเข้ามาพูดคุยว่าไม่มีเจตนาที่จะเอามือถือไป ขอให้ถอนแจ้งความ เข้ามาถามว่าต้องการค่าทำขวัญเท่าไหร่ ต้องการให้ซื้อมือถือให้ใหม่หรือไม่ วันนี้ตนจึงขอความเป็นธรรม กับรัฐมนตรีว่าการ ศธ.​ให้ดำเนินการ ดังนี้ 1.ขอให้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนจนกว่าคดีจะแล้วเสร็จ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย และไม่ได้รับความเป็นธรรม 2.ขอให้ตั้งกรรมการสือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งหากมีมูลหรือกระทำผิดจริงต้องลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดโดยการให้ออกจากราชการ และ 3.ขอให้สั่งย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) บุรีรัมย์ เนื่องจากเพิกเฉยจากการร้องเรียนและให้มีคำสั่งห้ามข้าราชการครูในจังหวัดข่มขู่นักเรียนที่ออกมาเรียกร้อง

ด้าน น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ตนมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เรื่องดังกล่าวแล้ว เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ซึ่งตนพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

น.ส.อรพินทร์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการ ศธ. มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว และทราบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าว ถูกย้ายไปช่วยราชการในเขตพื้นที่ฯ แล้ว ทั้งนี้ ศธ.จะเร่งให้คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จเร็วที่สุดเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

“ตามกฎกระทรวง ไม่มีการห้ามให้นักเรียนนำโทรศัพท์มาโรงเรียน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นในลักษณะที่โรงเรียนขอความร่วมมือไม่ให้เด็กนำโทรศัพท์เข้ามาโรงเรียน อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของผู้บริหาร และครูผู้สอนว่าจะอนุญาตให้นักเรียนนำโทรศัพท์เข้ามาในโรงเรียนหรือไม่ เพราะทราบว่ามีครูบางวิชาอนุญาตให้เด็กใช้โทรศัพท์เพื่อสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ต” น.ส.อรพินทร์ กล่าว

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ hotelsayonara.net

UFA Slot

Releated